พิพิธภัณฑ์คลื่นยักษ์สึนามึ จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย www.phukettsunami.com 
หน้าหลัก  | English
1.gif (43 bytes)
ข้อมูลคลื่นยักษ์สึนามิ
ศูนย์ข่าว
ภาพถ่าย
1.gif (43 bytes)
ประวิติคลื่นยักษ์สึนามิ
1.gif (43 bytes)
ติดต่อเรา
1.gif (43 bytes)
ลงนามสมุดเยี่ยม
 
1.gif (43 bytes)
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
1.gif (43 bytes)
ศูนย์รับข้อมูลกลางเกี่ยวกับผู้สูญหาย (เนคเทค) missingpersons.or.th [Thai/English]
ศูนย์ข้อมูลกลาง สึนามิในประเทศไทย (กระทรวง ICT) thaitsunami.com
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย www.disaster.go.th
 

ค้นหาผู้สูญหาย!
ค้นหาบุคคลสูญหายใน จ.ภูเก็ต พัังงา กระบี่ ฯลฯ

ค้นหา
ค้นหาโดย

 

เปิดคำเตือน"สมิทธ" ใน"ข่าวสด"เมื่อปี41 mc.gif (3867 bytes)
ขอขอบคุณ นสพ.มติชน ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล
เปิดคำทำนายแม่นยำราวตาเห็นเมื่อปี 2541 ของ"สมิทธ ธรรมสโรช" เตือนภัยภาคใต้ของไทยจะโดนคลื่นยักษ์สึนามิถล่ม โดยให้สัมภาษณ์กับ"ข่าวสด"ไว้อย่างชัดเจน ระบุภาคใต้ฝั่งตะวันตกของไทยเป็นจุดอันตราย แต่ไม่มีใครเชื่อ ระบุแผ่นดินไหวใต้ทะเลเป็นวัฏจักรทุกๆ 80 ปี ครั้งสุดท้ายที่เคยเกิดขึ้นคือเมื่อปี 2457

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงมาตรการระวังภัยแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่บริเวณชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งอันดามันว่า หลังเกิดเหตุเศร้าสลดจากการสูญเสียชีวิตในเหตุคลื่นยักษ์ถล่มพื้นที่ภาคใต้ที่ผ่านมา จนกลายเป็นกรณีตัวอย่างที่เราควรให้ความสำคัญและต้องระมัดระวังให้มาก เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย ควรออกระเบียบสำหรับป้องกันภัยจากแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่พัดเข้าฝั่งทะเลจนสร้างความเสียหาย โดยให้บ้าน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง โรงแรม รีสอร์ต บังกะโล ที่อยู่ติดริมทะเล มีการปักป้ายคำเตือน มีป้ายประกาศเตือน หรือมีสัญญาณเตือนภัยไว้เพื่อบอกเหตุระวังภัย สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวบ้านที่อยู่ติดชายหาด เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณจะได้ระวังป้องกันได้ทันท่วงที ส่วนเรือที่อยู่กลางทะเล เมื่อได้รับสัญญาณเตือนจะได้ถอยออกไปกลางทะเลได้ทัน

"กระทรวงมหาดไทยควรจะต้องออกระเบียบอย่างเป็นทางการ หรือจัดตั้งศูนย์เตือนภัยล่วงหน้าบริเวณชายฝั่ง สำหรับเป็นช่องทางเตือนภัยล่วงหน้า ซึ่งสามารถเตือนภัยตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว เรามีเวลาเตรียมป้องกันการซัดของคลื่นยักษ์เข้าหาฝั่งได้ร่วม 1 ชั่วโมง มีเวลาเตรียมตัวได้เพียงพออย่างแน่นอน ส่วนวิธีการเตือน เมื่อแผ่นดินไหวรุนแรงในระดับ 8 ริกเตอร์ ควรมีการชักธงเตือนให้ผู้คนริมชายฝั่งได้ทราบว่าเริ่มจะไม่ปลอดภัยแล้ว หรือถ้าเป็นกลางคืน ควรมีเสียงสัญญาณเตือนดังแบบสัญญาณไฟไหม้ให้เตรียมตัวกัน รวมทั้งพื้นที่ชายฝั่งที่มีความเสี่ยงสูง ควรมีการจัดเตรียมสถานที่หลบภัย ที่มีความมั่นคงแข็งแรง ออกแบบได้มาตรฐานป้องกันการซัดพังทลายของคลื่นน้ำ และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากพอสมควร" อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสมิทธ ธรรมสโรช เคยออกปากเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่เมื่อปี 2541 โดยนายสมิทธให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ข่าวสดไว้เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2541 สมัยเป็นรองปลัดกระทรวงคมนาคม ข้อความว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดคลื่นยักษ์"สึนามิ" อย่างที่เคยเกิดขึ้นที่ปาปัวนิวกินี เมื่อประมาณก.ค.ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิตหลายพันคนมาแล้ว โดยบริเวณภาคใต้ชายฝั่งทะเลตะวันตกของไทยจะเป็นจุดอันตรายมาก ซึ่งตนได้ออกมาเตือนก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่ปีพ.ศ.2536 แต่มีคนจำนวนมากรวมทั้งนักวิชาการต่างก็ไม่เชื่อคำเตือนของตน

นายสมิทธกล่าวครั้งนั้นว่า ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวจากใต้ทะเลจะเกิดเป็นวัฏจักร คือในรอบ 80 ปีขึ้นไปจะเกิด 1 ครั้ง ซึ่งสถาบันวิจัยเรื่องแผ่นดินไหวของสหรัฐ ได้บันทึกประวัติการณ์เกิดแผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางจากรอยเลื่อนในบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันไว้เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2457 ว่าเกิดแผ่นดินไหวมีความรุนแรงถึง 7.2 ริกเตอร์ ต่อมาวันที่ 16 พ.ค.2476 ก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันในบริเวณเดียวกันอีก แต่ครั้งหลังมีความรุนแรงเพียง 6.5 ริกเตอร์ ซึ่งตามหลักการเกิดแผ่นดินไหวแล้วมีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะเกิดซ้ำเป็นวัฏจักรอีก

"ในสมัยนั้นการถ่ายทอดข่าวสารวิทยาการระหว่างกันยังมีน้อยมาก อีกทั้งบริเวณแถบทะเลอันดามันก็ยังไม่มีคนอยู่อาศัยมากนัก แต่ในปัจจุบันมีสิ่งก่อสร้างและมีคนอาศัยอยู่จำนวนมาก หากเกิดเหตุการณ์จริงผมเชื่อว่าประเทศไทยจะได้รับความเสียหายมากกว่าปาปัวนิวกินีถึง 100 เท่า" อดีตอธิบดีกรุมอุตุฯกล่าว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ : info@phukettsunami.com
Phuket's Tsunami and Disaster E-Museum, จ.ภูเก็ต ประเทศไทย
สงวนลิขสิทธิ์ 2000-2005