พิพิธภัณฑ์คลื่นยักษ์สึนามึ จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย www.tsunami-thailand.com
หน้าหลัก  | English
1.gif (43 bytes)
ข้อมูลคลื่นยักษ์สึนามิ
ศูนย์ข่าว
ภาพถ่าย
1.gif (43 bytes)
ประวิติคลื่นยักษ์สึนามิ
1.gif (43 bytes)
ติดต่อเรา
1.gif (43 bytes)
ลงนามสมุดเยี่ยม
 
1.gif (43 bytes)
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
1.gif (43 bytes)
ศูนย์รับข้อมูลกลางเกี่ยวกับผู้สูญหาย (เนคเทค) missingpersons.or.th [Thai/English]
ศูนย์ข้อมูลกลาง สึนามิในประเทศไทย (กระทรวง ICT) thaitsunami.com
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย www.disaster.go.th
 
 


สึนามิคืออะไร
"ซูนามิ"(Tsunami) หรือคลื่นยักษ์ เกิดจากการสมาสของคำในภาษาญี่ปุ่นระหว่างคำว่า "ซู" (Tsu) ซึ่งแปลว่า ท่าเรือ และคำว่า "นามิ" (Nami) แปลว่า คลื่น รวมแล้วแปลได้ว่า คลื่นที่เข้าสู่ฝั่งหรือท่าเรือ ตรงกับความหมายในภาษาอังกฤษว่า Harbor Wave เหตุที่เรียกว่า Harbor Wave ก็เพราะเมื่อเคลื่อนตัวเข้าสู่ระดับน้ำตื้นใกล้ชายฝั่ง ความเร็วของคลื่นจะลดลง แต่พลังของคลื่นจะดันให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและก่อให้เกิดคลื่นสูงมหาศาล ยิ่งหากคลื่นเข้าปะทะชายฝั่งที่มีรูปร่างคล้ายตัววี(V) ความเร็วและความแรงของคลื่นจะยิ่งเพิ่มขึ้น และส่งให้ยอดคลื่นมีความสูงมากขึ้น จนสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินที่อยู่รอบชายฝั่ง

26-phuket-02s.jpg (7875 bytes)

 

คลื่น "ซูนามิ" ต่างจากคลื่นตามปกติทั่วไปที่เราเห็นตามชายหาด(Tidal Wave) โดยคลื่นทั่วไปจะเกิดจากการขึ้น-ลงของกระแสน้ำ บวกด้วยแรงลมที่พัดบนผิวน้ำ แต่คลื่นซูนามิ ไม่เกี่ยวกับกระแสน้ำและไม่เกี่ยวกับสภาวะอากาศเลย หากแต่เกิดจากแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทร หรือบริเวณใกล้ชายฝั่งทะเล เมื่อแผ่นดินเกิดรอยแยก น้ำทะเลจะถูกดูดเข้าไประหว่างรอยแยกที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดภาวะน้ำลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นแรงอัดใต้เปลือกโลกจะดันน้ำทะเลขึ้นมา กลายเป็นระลอกคลื่นใหญ่

คลื่นยักษ์ยังเกิดขึ้นได้อีกจากการที่ภูเขาไฟใต้มหาสมุทรเกิดระเบิด การทดลองระเบิดปรมาณูในมหาสมุทร หรือมีวัตถุขนาดใหญ่เช่นดาวเคราะห์น้อย อุกกาบาตตกลงในมหาสมุทร ก็ทำให้เกิดปฏิกิริยาในมหาสมุทร จนทำให้เกิดคลื่นยักษ์ได้ แต่กรณีหลังมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย

"ซูนามิ" มีความยาวของคลื่นถึงราว 80-200 กิโลเมตร ทำให้เรือที่แล่นอยู่ในทะเลไม่รู้ว่าเกิดคลื่นยักษ์ขึ้น แต่ละลูกจะทิ้งช่วงห่างกันมากกว่า 15 นาที เคลื่อนที่ด้วยอัตราความเร็วเฉลี่ยประมาณ 700-1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คลื่นยักษ์ชนิดนี้มักเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก เพราะเป็นแนวที่มีการเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟใต้มหาสมุทรมาก อีกทั้งยังล้อมรอบด้วยร่องน้ำลึกก้นมหาสมุทรที่เกิดจากแผ่นดินโลกมุดตัว จุดเกิดคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรแปซิฟิกอยู่บริเวณร่องน้ำลึกก้นมหาสมุทรนอกชายฝั่งอลาสกา หมู่เกาะคูริล ทวีปอเมริกาใต้ โดยเฉพาะแปซิฟิกตอนกลางและรัสเซีย ประมาณว่าร้อยละ 80 ของคลื่นยักษ์ที่เกิดทั้งหมดอยู่บริเวณ Pacific Seismic Belt ส่วนพื้นที่ที่เกิดคลื่นยักษ์บ่อยครั้งคือหมู่เกาะฮาวาย(เกิดขึ้นทุกปี)

จุดอื่นที่เกิดความเสี่ยงจากซูนามิ ก็อย่างเช่นหลายรัฐในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย โอเรกอน วอชิงตัน

คลื่นยักษ์มีแรงปะทะสูงและก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือน ชีวิต และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์ความเสียหายที่เกิดจากคลื่นยักษ์ครั้งร้ายแรง เช่นเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2537 แผ่นดินไหวที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย วัดได้ 7.2-7.8 ริกเตอร์ ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่ มีผู้เสียชีวิตกว่า 200 คน หรือเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2541 เกิดแผ่นดินไหววัดได้ 7.1 ริกเตอร์ ที่ปาปัวนิวกินี จากนั้นได้เกิดคลื่นยักษ์ตามมาจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน

เพื่อป้องกันความเสียหายจากคลื่นยักษ์ จึงมีการตั้งศูนย์เตือนภัยคลื่นยักษ์ขึ้นคือ ศูนย์เตือนภัยซูนามิอลาสกา(ATWC) ตั้งอยู่ที่อลาสก้า รับผิดชอบพื้นที่อลาสก้า บริติช โคลัมเบีย วอชิงตัน โอเรกอน และแคลิฟอร์เนีย และศูนย์เตือนภัยซูนามิภาคพื้นแปซิฟิก รับผิดชอบพื้นที่ฮาวายและแปซิฟิก

สำหรับกรณีของประเทศไทยนั้น นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตรองปลัดกระทรวงคมนาคม ได้เคยกล่าวเอาไว้เกี่ยวกับแนวโน้มที่ซูนามิจะเกิดในประเทศไทยไว้เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2541 หลังจากเกิดเหตุการณ์ซูนามิในปาปัวนิวกินีว่า จากการวิเคราะห์เบื้องต้น(ของนักวิชาการด้านแผ่นดินไหว) ซูนามิอาจเกิดขึ้นในทะเลอันดามันตอนบนและมีผลกระทบต่อชายฝั่งทะเลทิศตะวันตกของไทย โดยอาจเกิดขึ้นได้ในจุดที่เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มาแล้ว 2-3 จุด ในทะเลอันดามัน ทั้งนี้ในอดีตมีประวัติการเกิดแผ่นดินไหวทิ้งระยะห่างหลายสิบปี คล้ายคลึงกับการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศปาปัวนิวกินี

นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์เพิ่มเติมยังพบว่ามีรอยเลื่อนขนาดใหญ่คือรอยเลื่อนระนองและรอยเลื่อนคลองมะรุม ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่พาดผ่านแผ่นดินและเทือกเขาตะนาวศรีลงไปในทะเลอันดามันทางทิศตะวันตกของชายฝั่งทะเลไทย ซึ่งแนวรอยเลื่อนที่อยู่ในทะเลมีระยะใกล้กับฝั่งทะเลไทยเป็นอย่างมาก ถ้ามีการเกิดแผ่นดินไหวในรอยเลื่อนใหญ่สองรอยเลื่อนนี้มีขนาดรุนแรงเกิน 6.2 ริกเตอร์ ก็จะทำให้เกิดคลื่นซูนามิขนาดใหญ่พัดเข้าหาชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันตกของไทยได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงได้

 

 

รายงานความแรงของคลื่นสึนามิ ที่ภาคใต้ของไทย วันที่ 26 ธันวาคม 2547

บริเวณที่ศึกษา

ความสูง ของคลื่น (ม.)

ระยะทางเข้าไป
ในพื้นดิน (ม.)

ความเร็วของวัตถุ
ลอยน้ำ (ม./วินาที)

เวล.าที่คลื่นมา
ครั้งแรก

หาดป่าตอง

5.88

N/A

N/A

N/A

หาดกะรน

4.92

147.62

N/A

N/A

หาดกะตะ

3.5

N/A

N/A

N/A

ท่าเรือ

3.83

N/A

N/A

N/A

หาดป่าหล่าย

3.28

N/A

N/A

N/A

คลองบางโรง

1.35

N/A

N/A

N/A

เกาะพีพี -
โรงแรมปรินเซส

6.3

N/A

N/A

N/A

เกาะพีพี -
อ่าวต้นไทร

5.3

N/A

N/A

N/A

หาดเขาหลัก

11.6

287

N/A

N/A

ที่มา: จากรายงานของ คณะผู้เชี่ยวชาญ ไทย-ญี่ปุ่น

จากตารางข้างบน จะเห็นได้ว่าความสูง (สูงสุด) ของคลื่นที่เข้าฝั่งแต่ละจุดมีขนาดไม่เท่ากัน และหาดเขาหลักมีคลื่นที่สูงที่สุด คือ 11.6 เมตร ส่วนระยะทางที่เข้าไปในพื้นดิน ที่เขาหลักก็กว้างมากที่สุดเช่นกัน คือเกือบ 290 เมตรจากฝั่ง

รายงานเกี่ยวกับเวลาโจมตีของคลื่นสึนามิในวันที่ 26 ธันวาคม 2547

จากการสอบถามจากหลายๆ ท่าน ผมพบว่าไม่มีผู้ใดได้สนใจบันทึกเวลากันมากนัก แต่ก็ทราบว่า คลื่นใหญ่ที่มีแรงทำลายสูง เข้าถึงฝั่งที่หาดต่างๆ ในเวลาที่ต่างกัน และทางฝั่งอันดามัน ของภูเก็ตจะโดนก่อน ด้านตะวันตกของเกาะภูเก็ต เกาะพีพี และกระบี่ ซึ่งจะโดนทีหลัง  นอกจากนี้ แม้บริเวณที่ไม่มีคลื่น ก็จะถูกกระทบจากน้ำขึ้นน้ำลง ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สั้นๆ ระดับน้ำที่สูงขึ้นสามารถ ยกระดับรถยนต์ อาคาร ลอยขึ้น และพุ่งเข้าฝั่งได้ด้วยความเร็วสูง และไปกระแทกสิ่งปลูกสร้างต่างๆจนเสียหายมาก ร่างกายของผู้ที่ถูกน้ำซัดจำนวนมาก มีบาดแผล อันเนื่องมาจาก การเคลื่อนตัวของระดับน้ำด้วย

สำหรับระดับน้ำขึ้น-ลง ที่มีการวัดแน่นอน มีความแม่นยำทางด้านเวลาที่บันทึก เท่าที่มีอยู่ในขณะนี้ คือ จากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ซึ่งสถานีวัด ไม่ได้อยู่ด้านทะเลอันดามัน ระดับน้ำที่วัดได้ปรากฏว่า น้ำลดต่ำสุด เวลา 10:16 น. (2 ชั่วโมง 17 นาทีหลังจากแผ่นดินไหวครั้งแรก) และกลับขึ้นมาสูงสุดครั้งแรก เวลา 10:33 น.(2 ชั่วโมง 34 นาทีจากแผ่นดินไหวครั้งแรก) 

เปรียบเทียบเวลาของกรมอุทกศาสตร์ กับการจำลองแบบของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้จัดทำคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ จำลองภาพคลื่นสึนามิ โดยกำหนดให้ต้นตอของคลื่น เกิดจากแผ่นดินไหวแบบ Megatrust ใต้มหาสมุทร ซึ่งเกิดขึ้นหลายครั้ง ตามแนวของแผ่น Tectronic ที่พื้นสมุทร เกิดความเคลื่อนไหวทางแนวดิ่งในเวลา 07:59 (GMT+7 หรือเวลาในประเทศไทย) จากนั้น (ชม ภาพ animation) ได้เกิดแผ่นดินไหวที่ตามมา (after shocks) อีกหลายครั้ง (ดูแผนที่และเวลาของ after shocks ที่นี่) ตามแนวตะวันตก นอกชายฝั่งสุมาตราตอนเหนือ ไปถึงบริเวณ หมู่เกาะอันดามัน และหมู่เกาะนิโคบาร์   จากแนวที่มีการสร้างคลื่น เป็นเส้นแนวเหนือใต้ จะทำให้เกิดการก่อตัว ของคลื่นสึนามิ ในเวลาที่เรียกว่า 0:00 เทียบกับเวลาแผ่นดินไหว ตามรูปที่ 2 และ  รูปที่ 3 แสดงผล จากการเดินภาพ ของการจำลอง มาถึงจุดที่ ระดับน้ำที่หาดป่าตอง (ชายฝั่งอันดามัน ของเกาะภูเก็ต) ลดลงต่ำสุด ที่เวลา 01h 35m (หนึ่งชั่วโมง 35 นาที นับจากแผ่นดินไหว) และ รูปที่ 4 แสดงการจำลองภาพ ณ จุดที่ระดับน้ำ ที่หาดป่าตอง มีระดับสูงสุด ที่เวลา 2h 05m (สองชั่วโมง 5 นาที นับจากแผ่นดินไหว)


รูปที่ 2 สถานภาพเมื่อเวลา 00h 00m นับจากเกิด Megatrust เป็นแนวเส้นเหนือใต้



รูปที่ 3 สถานภาพเมื่อเวลา 01h 35m เมื่อระดับน้ำที่หาดป่าตองลงต่ำสุด



รูปที่ 4 สถานภาพเมื่อเวลา 02h 05m เมื่อระดับน้ำที่หาดป่าตองขึ้นสูงสุด


ชมภาพ animation ของการก่อตัวของคลื่น (Animation provided by Kenji Satake, National Institute of Advanced Industrial Science and Technology, Japan)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ : info@tsunami-thailand.com
Thailand  Tsunami and Disaster E-Museum ประเทศไทย
สงวนลิขสิทธิ์ 2000-200
9