|
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง |
 |
|
|
|
กรมอุตุฯ-กรมทรัพยากรธรณี
"มองต่างมุม"
กรณีคลื่นยักษ์"ซูนามิ"ถล่มภาคใต้ |
รายงาน
หมายเหตุ -
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาและอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี
แถลงข่าวกรณีเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในอินโดนีเซีย
จนส่งผลให้เกิดคลื่นขนาดยักษ์"ซูนามิ"
อันส่งผลกระทบมายังบริเวณชายฝั่งภาคใต้ของไทย
โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ต
เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม
**นายศุภฤกษ์ ตันศรีรัตน์วงศ์
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา
-เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.58 น.
วันที่ 26
ธันวาคม(ตามเวลาในประเทศไทย)
โดยมีศูนย์กลางอยู่บริเวณด้านตะวันตกเฉียงเหนือของบริเวณเกาะสุมาตรา
ประเทศอินโดนีเซีย
ห่างจากจังหวัดภูเก็ตประมาณ 580
กิโลเมตร ที่ละติจูด 3.4 องศาเหนือ
ลองจิจูด 95.7 องศาตะวันออก
ขนาดความรุนแรง 8.0 ริกเตอร์
และส่งผลกระทบเกือบทุกจังหวัดในภาคใต้
เช่น ภูเก็ต สงขลา กระบี่ ปัตตานี
และตรัง
รวมถึงอาคารสูงหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร
ต่อมาเมื่อเวลา 08.30 น.
ได้เกิดแผ่นดินไหวรู้สึกได้อีกครั้ง
มีศูนย์กลางอยู่บริเวณรัฐฉาน
ประเทศพม่า
ซึ่งห่างจากจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ
200 กิโลเมตร ที่ละติจูด 20.76
องศาเหนือ 98.04 องศาตะวันออก
มีขนาดประมาณ 6.4 ริกเตอร์
ทำให้เกิดความสั่นสะเทือนในหลายจังหวัดของภาคเหนือ
ได้แก่ ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย
และแม่ฮ่องสอน
ทั้งนี้
ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดคือ
แผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางที่เกาะสุมาตรา
ซึ่งแผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นใต้น้ำ
ก่อให้เกิดคลื่นน้ำขนาดใหญ่
หรือที่เรียกว่า "ซูนามิ" (TSUNAMI)
หรือคลื่นอ่าวเรือ
ซึ่งส่งผลกระทบจังหวัดที่อยู่ทางฝั่งอันดามัน
ได้แก่ ภูเก็ต ระนอง ตรัง
และกระบี่
และที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุดคือ
จ.ภูเก็ต
ซึ่งเป็นจังหวัดติดชายฝั่ง
ที่ได้รับความรุนแรงจากคลื่นขนาดยักษ์ที่พัดเข้าสู่ชายฝั่ง
ตั้งแต่บริเวณหาดป่าตอง หาดกมลา
หาดกะรน รวมถึงบริเวณหาดในยาง
ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติภูเก็ต
เบื้องต้นก็ได้มีการสั่งปิดสนามบินชั่วคราว
การเกิดคลื่นน้ำขนาดยักษ์
หรือซูนามินั้น
ถือเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรง
ด้วยขนาด 8.0 ริกเตอร์
และเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในประเทศไทย
และในรอบ 40
ปีของเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเกาะสุมาตรา
อย่างไรก็ตาม
หลังจากซูนามิพัดเข้าสู่ชายฝั่งแล้วเหตุการณ์จะสงบลง
และจะไม่เกิดภาวะดังกล่าวตามมาอีก
แต่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นและต้องระวังที่ถือเป็นตัวแปรสำคัญคือ
การเกิดแผ่นดินไหวตาม หรือ
อาฟเตอร์ช็อก
ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วการเกิดอาฟเตอร์ช็อกจะเกิดภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวประมาณครึ่งชั่วโมงถึง
2 วัน
แต่ความรุนแรงจะไม่เท่ากับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งแรก
"ทางกรมก็ไม่สามารถระบุได้ว่าอาฟเตอร์ช็อกจะเกิดขึ้นวันใดและเวลาใด
แต่แนวทางป้องกันเวลานี้คือ
ให้ประชาชนที่อยู่ใกล้ชายฝั่งอพยพไปยังบริเวณที่สูง
และหากเกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้น
ไม่ควรออกจากตัวอาคาร
เพราะอาจได้รับอันตรายจากกระจก
เสาไฟที่อาจโค่นล้มลงมาได้"
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทางศูนย์ตรวจแผ่นดินไหวของกรมอุตุนิยมวิทยา
ที่ปัจจุบันมีอยู่ 2 จุด คือ
ที่บางนา และที่ จ.เชียงใหม่นั้น
ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า
เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณใต้ท้องทะเล
ซึ่งเครื่องมือการพยากรณ์ไม่สามารถตรวจการเกิดรอยแยกของใต้ท้องทะเลได้
เช่นเดียวกัน
ศูนย์เตือนภัยระหว่างประเทศก็ยังไม่มีระบบที่สามารถจะพยากรณ์เหตุการณ์ซูนามิล่วงหน้าได้
อย่างไรก็ตาม
ทางกรมจะได้มีการประสานไปยังประเทศต่างๆ
เพื่อหารือแนวทางศึกษาของคลื่นซูนามิต่อไป
**นายสมศักดิ์ โพธิสัตย์
อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี
-เกิดจากแผ่นดินอินเดียมุดใต้แผ่นดินเอเชีย
เนื่องจากเกิดแรงเครียดสะสมมาก
ดังนั้น
จึงมีการเคลื่อนตัวเพื่อปลดปล่อยพลังงานออกมา
จึงเกิดแผ่นดินไหว
และเกิดคลื่นสูงผิดปกติตามมาหลังเกิดแผ่นดินไหว
อย่างไรก็ตาม
คลื่นสูงที่เกิดขึ้นในภาคใต้ฝั่งอันดามันของไทยนั้นไม่ถือว่าเป็นคลื่นยักษ์หรือซูนามิ
เนื่องจากหากเป็นซูนามิจะมีความรุนแรงและเสียหายมากกว่านี้
การเกิดแผ่นดินไหวไม่สามารถพยากรณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด
เราจะรู้ก็ต่อเมื่อเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น
ซึ่งในส่วนของประเทศไทยหน่วยงานที่มีเครื่องตรวจจับแผ่นดินไหวมีแห่งเดียวคือที่กรมอุตุนิยมวิทยา
ซึ่งจะต้องเตือนภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้น
เพราะหลังแผ่นดินไหวจะต้องมีอาฟเตอร์ช็อกและคลื่นสูงตามมา
อย่างไรก็ตาม
ในส่วนของอาฟเตอร์ช็อกและคลื่นสูงผิดปกตินั้นได้เกิดไปแล้ว
และการเกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งต้องอาศัยเวลาในการเก็บสะสมความเครียดของแผ่นดิน |
|