พิพิธภัณฑ์คลื่นยักษ์สึนามึ จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย www.tsunami-thailand.com
หน้าหลัก  | English
1.gif (43 bytes)
ข้อมูลคลื่นยักษ์สึนามิ
ศูนย์ข่าว
ภาพถ่าย
1.gif (43 bytes)
ประวิติคลื่นยักษ์สึนามิ
1.gif (43 bytes)
ติดต่อเรา
1.gif (43 bytes)
ลงนามสมุดเยี่ยม
 
1.gif (43 bytes)
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
1.gif (43 bytes)
ศูนย์รับข้อมูลกลางเกี่ยวกับผู้สูญหาย (เนคเทค) missingpersons.or.th [Thai/English]
ศูนย์ข้อมูลกลาง สึนามิในประเทศไทย (กระทรวง ICT) thaitsunami.com
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย www.disaster.go.th
 
 

 

สึนามิกับสมบัติทางวัฒนธรรมไทย

 ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ได้คลื่นยักษ์ Tsunami ได้ถาโถมเข้าชายฝั่งทะเลอันดามันและได้ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายที่เป็นทั้งนักท่องเที่ยว และ ประชาชนในหลายจังหวัดเป็นจำนวนมาก หน่วยงานต่างๆจากทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศได้ให้ความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถในการช่วยเหลือผู้ประสพภัย การช่วยเหลือใช้ระยะเวลาร่วม 2 สัปดาห์ ปรากฏว่าได้คลี่คลายความเดือดร้อนของผู้ประสพภัยลงเป็นไปอย่างมากภายในระยะเวลาอันสั้น

 

การเกิดเหตุการณ์สึนามิครั้งนี้ แม้ว่าชีวิตและทรัพย์สินจะเสียหายเป็นอย่างมาก แต่สังคมโลกได้ตระหนักแล้วว่าคนไทยได้แสดงน้ำใจที่มากล้นในคราวที่เกิดภัยพิบัติครั้งนี้ ต่างเข้าอาสาช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพย์สิน กำลัง ความคิด การประสานงาน การส่งข่าวสาร การส่งกำลังใจ ตามแต่ความสามารถ หรือโอกาสที่จะอำนวยให้ จากเหตุการณ์สึนามิมีอาสาสมัครทั้งที่สังกัดหน่วยงาน และ ไม่ได้สังกัดหน่วยเป็นจำนวนมาก ที่ทำให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่าอาจจะทำให้เกิดความชุลมุน หรือ เกิดความสับสนอลหม่านขึ้นบ้างในช่วงเวลาดังกล่าว แต่หากลองนึกย้อนกลับไปดูเหตุการณ์แล้วถ้าไม่มีผู้คนเหล่านี้ จะมีคนบาดเจ็บล้มตายอีกจำนวนเท่าไร ความอดอยาก และ   ปัญหาด้านอื่นๆที่จะติดตามมาก็คงอีกมากมายจน ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้จะรุนแรงขนาดไหน แม้ขณะนี้ปัญหาเหล่านี้เบาบางลงไปมากแล้ว แต่ก็ยังมีคลื่นอีกลูกหนึ่งที่ใหญ่โตกำลังจะโถมเข้ามากระทบ และแผ่ขยายผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อไปทั้งภูมิภาคอีกระยะเวลาหนึ่ง นั่นก็คือ “สึนามิทางเศรษฐกิจและสังคม” ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐ และ หน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ และ เอกชนที่ต้องติดตามแก้ไขกันอย่างถูกต้อง เหมาะสมทันกับ เหตุการณ์ เพื่อมิให้ลุกลามขยายผลไปสู่ระยะยาว

 

ผู้คนเหล่านี้ที่มาช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นการบริจาคทรัพย์สิน เงินทอง แรงกาย ความคิด ตามแต่ข้อมูลที่ได้รับว่าต้องการให้ช่วยเหลืออะไร เพียงเท่านั้นก็พยายามแสวงหาและจัดส่งให้จนบางครั้งเกินความต้องการท่วมกองเป็นภูเขาขนาดย่อม เขาเหล่านี้ช่วยเหลือเสร็จก็แยกย้ายกลับไปยังที่ตั้งของตนเอง   เพราะเขาเหล่านั้นคงคิดว่าได้ช่วยเหลือเสร็จสิ้นแล้ว หมดภาระหน้าที่ของตนเองแล้ว ทำไม และ เหตุใดเขาจึงคิดว่าเป็นหน้าที่ของเขา?   ใช่หรือไม่ที่เขาคิดว่าเขาเป็นคนไทย   คนไทยต้องช่วยเหลือกันยามที่คนไทยเดือดร้อน แล้วหากจะถามต่อว่า คนชาติอื่นไม่ช่วยเหลือคนของเขาเช่นคนไทยหรอกหรือ คำตอบ ใช่ เขาคงต้องช่วยเหลือเช่นกันแน่นอน เพียงทว่าวัฒนธรรมในการช่วยเหลือคนไทยยามยากนั้นมีมากมาย หากจะย้อนดูประวัติศาสตร์ชาติไทย นับตั้งแต่เมื่อคราวเกิดวาตะ ภัยเข้าแหลมตะลุมพุก ขณะนั้นถ้าหากจำความกันได้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้จัดตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ขึ้นสถานีโทรทัศน์ในกรุงเทพมหานครประกาศรับบริจาคมีผู้คนเป็นจำนวนมากบริจาคทรัพย์สิน เงินทอง เป็นจำนวนมาก แต่นั้นมาคราใดที่เพื่อนร่วมชาติไทยประสพภัยพิบัติ เราจะได้เห็นรายการบริจาคอยู่เสมอๆ นอกจากนั้นยังมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไม่น่าเชื่อ ก็เมื่อครั้งที่ประเทศประสพภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540 คนไทยจำนวนมากที่มีทรัพย์สินเพียงน้อยนิดก็ยังบริจาคทรัพย์สินเงินทองมอบให้รัฐบาลเพื่อนำไปชดใช้หนี้ต่างประเทศ เปรียบประดุจนำก้อนหินไปถมทะเล ฉันใดก็ฉันนั้น

 

เมื่อมาถึงเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มชายฝั่งทะเลอันดามัน ความช่วยเหลือของคนไทยทุกภาคส่วนก็ทุ่มเทใส่ลงมายังภูมิภาคนี้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย   ดังนั้น หากจะกล่าวโดยสรุปว่า “น้ำใจของคนไทยเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมไทย” นั้นจะเป็นการกล่าว เกินเนื้อหาความเป็นจริงหรือไม่ ?

 

หากเป็นที่ยอมรับว่าน้ำใสใจจริงของคนไทยเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าแล้ว สมควรแล้วหรือไม่ที่สภาวัฒนธรรมไทยจะส่งเสริมให้ผู้บริหารในสังคมทุกระดับได้ตระหนัก และ นำสมบัติทางวัฒนธรรมไทยล้ำค่านี้มาขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาสึนามิทางเศรษฐกิจและสังคม และพัฒนาประเทศ และ ฉวยโอกาสที่จะร่วมกันขจัดผู้คอยฉกฉวยประโยชน์ในรูปต่างๆทั้งในระดับต่ำ และ ระดับสูงที่กำลังขยายตัวมากขึ้น อันเป็นบ่อนทำลายให้น้ำใสใจจริงของคนไทยเหือดหายไป เพื่อจรรโลงให้สังคมไทยคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันล้ำค่านี้สืบไป

 

 

                                                                                                       ชาญ วงศ์สัตยนนท์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ : info@tsunami-thailand.com
Thailand  Tsunami and Disaster E-Museum ประเทศไทย
สงวนลิขสิทธิ์ 2000-200
9